กว่าจะถึงแชงกรีล่า ๑

ไปแชงกรีล่ากันกีกว่า หลังจากที่ตามนั่งอ่านรีวิวจากที่ต่างๆ ทั้งจากหนังสือ มัลติพลาย TKT และที่อื่นๆ ที่นักเดินทางต่างมาเขียนรีวิวซะจนผมอดใจไม่ได้ที่ไปเหยียบดินแดนแห่งนี้สักครั้งหนึ่ง จากการที่ตามอ่านรีวิวที่ TKT ก็ได้สมาชิกและเพื่อนร่วมทริปมาอยู่กลุ่มหนึ่ง ติดต่อโทรคุยเรื่องแผนเดินทางกันอยู่พักใหญ่ และแล้ววันที่จะต้องเดินทางก็มาถึง เย็นวันที่ ๒๕ ผมแยกตัวออกมาจากลุ่มเพื่อที่จะนั่งรถไปเชียงของ(เดินทางโดยรถน่ะครับไม่มีตังคืซื้อตั๋วเครื่องบิน) ทุกคนได้ตั๋วที่บริษัทสยามเฟิร์ทยกเว้นผมที่ต้องมานั่ง รถของรุ่งโชคทวีคนเดียว ระหว่างนั้นได้มีการโทรติดต่อกับทางพี่เอ๋ตลอด(พี่ที่ติดต่อไว้ใน TKT) วันนี้เป็นวันคริสมาสตร์ผมมาในทีมของซานต้ามันช่างบังเอิญเหลือเกินที่แอร์บัสของรุ่งโชคทวีที่มีเครื่องแบบสีแดงเหมือนกัน กระซิบนิดหนึ่งน่ะครับว่าแอร์บัสคันที่ผมขึ้นไป ความน่ารักของเธอเอาไปเลย ๙.๕ เต็ม ๑๐ ตัดไป ๐.๕ เพราะว่าเธอช่างไม่ยิ้มแย้มเอาเสียเลยหน้าบึ้งตลอดดดดดดดดดด ไม่รู้ไปโกรธใครมา รถมาถึงเชียงของ อุณหภูมิเริ่มลดลงเรื่อยๆ รู้สึกได้ถึงความหนาวเล็กๆ ผมติดต่อไปยังพี่เอ๋ และกลุ่มคณะทุกคนรออยู่ที่ด่านสรุปว่ารถผมถึงช้ากว่าทุกคน ผมรีบจับสกายแรปตามไปที่ด่านทุกคนกำลังทำเรื่องข้ามด่านเพื่อที่จะข้ามไปฝั่งลาว

๑.มองข้างโขงคือลาว ๒.หันหลังมาคือเชียงของ ๓.รถคันนี้จะพาไปคุนหมิง ๔.ด่านจีน

หลังจากที่ทำเรื่องเพื่อที่จะมาเหยียบแผ่นดินลาวแล้ว เราก็มุ่งตรงเพื่อที่จะไปหาพี่เป้ พี่ที่พวกเราติดต่อเรื่องรถตู้เพื่อที่จะมาเราไปยังชายแดนจีน แต่คงเป็นเพราะว่าผมทำบุญมาไม่พอที่จะไปร่วมรถตู้กับพวกพี่เอ๋อีกแล้ว รถพี่เป้เต็มพี่แกบอกว่ารถพี่รับได้แค่ ๑๑ คนเต็มที่นั้นหมายความว่าผมต้องแยกตัวเองออกมาเพื่อที่จะหารถคันใหม่(จริงๆ แอบคิดเหมือนกันน่ะ ว่าทำไมต้องเป็นเราด้วยว่ะ ทั้งๆที่เราเป็นคนที่ติดต่อคุยกันตั่งแต่เริ่มแต่เนื่องด้วยบางคนนั้นมากันสองคนบ้าง สามคนบ้างเหตุผลคืออยากนั่งไปด้วยกันบ้างอะไรบ้าง เออตูมาคนเดียวก็งี้และเสียสละก็ได้เน้อ) แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาก่อนหน้านั้นผมแอบติดต่อกับพี่เป้คนขับรถไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว แบบว่าโทรหาพี่แกเกือบทุกวัน ๑ อาทิตย์ก่อนเดินทาง พี่เป้คอนเฟิร์มกับผมว่ารถน่ะมีแน่นอน แต่กรณีรถพี่แกรับไม่ได้จริงๆ พี่แกจะช่วยหารถให้ หรือไม่ถ้าไม่มีจริงๆ พี่แกจะให้อัดรถแกไป แต่คนอย่างผมยังคงไม่โชคร้ายเสมอไป ผมได้เจอกับกลุ่มพี่ๆ คนจีนที่เชียงรุ้งพี่ๆ แกมาเที่ยวเชียงใหม่กัน นั้นทำให้ผมได้รถที่อย่างน้อยก็คงถึงชายแดนลาวและเข้าจีนได้อย่างสบาย

๑.ได้รถนอนได้เพื่อนอน ๒.ร้านนี้สำหรับฝากท้องมื้อเช้า ๓.ร้านค้าเต็มไปหมด ๔.ตึกเยอะไปหมด

ถึงด่านจีนเราต้องทำเรื่องข้ามแดน ก่อนหน้านี้ผมแลกเงินหยวนมาจากไทยซึ้งเป็นเงินหยวนแบงค์ใหญ่ทั้งนั้น ผมจึงเข้าไปขอแลกกับพี่คนจีนที่นั่งรถมาด้วย พี่แกรีบหาเศษเงินหยวนเล็กให้ผม ได้มาประมาณ ๗๐ หยวนได้มั่ง ผมยืนแบงค์ร้อยให้แกไป แต่แกไม่ยอมรับเงินจากผม และบอกว่าไม่เป็นไรเล็กน้อยแค่นี้ช่วยเหลือกันได้ โอ้วววววววว ก็อดดดดดดดดด เจอคนใจดีอีกแล้ว (สาธุขอให้เจอคนดีๆ แบบนี้ตลอดการเดินทางเหอะ) หลังจากที่ทำเรื่องเรียบร้อยแล้วก็ข้ามมาเหยียบแผ่นดินใหญ่เรียบร้อยแล้ว

บ่อหาร คือเมืองชายแดนของจีน-ลาวแต่คนที่นี่ไม่สามารถพูดลาวได้เลย ผิดกับคนลาวที่อยู่ชายแดนนจีน นั้นจะพูดจีนได้นิดหน่อย เราทุกคนมุ่งตรงไปที่สถานีรถเพื่อที่หาตั๋วไปเมิงลา แต่นับว่าเป็นโชคดีหรือป่าวไม่รู้มีรถที่มุ่งตรงไปคุนหมิงที่บ่อหารเลยเป็นรถที่วิ่งมาจากนครเวียงจันทร์ รถจะออกประมาณ ๕ โมงเย็นและจะถึงคุนหมิงก็เช้าๆ ได้ พวกเรายังมีเวลาอีกประมาณชั่วโมงได้ทุกคนจึงแยกย้ายไปหาอะไรรองท้องเพราะว่าเราจะไม่จอดแวะกินข้างกันอีกแล้ว ผมจึงแยกตัวออกไปสำรวจเมือง แต่ยังไม่กล้าเดินออกไปไกลจากกลุ่มเท่าไรเพราะว่ากลัวกลับมาไม่ทัน

รถออกจากบ่อหารแล้วมาแวะพักรถที่เมิงลาประมาณชั่วโมงได้ เมิงลาเป็นเมืองที่เจริญมากถ้าเทียบกับบ่อหาร นั้นทำให้ผมแปลกใจว่าเมืองจีนเป็นเมืองแผ่นดินใหญ่ แต่ความเจริญเข้าทุกเกือบทุกหัวเมืองที่เป็นเมืองหลักๆ ที่เมิงลาผมยังคงแยกตัวจากกลุ่มคณะมาฉายเดียวอีกเดินเล่นรอบๆ ถนนหน้าสถานีรถเมิงล่าและก็ถึงเวลาที่รถจะเคลื่อนตัวพาพวกผมและคนจีนอื่นๆ ไปยังจุดหมายเดียวกันนั้นคือ “คุนหมิง”

เช้าวันที่ ๒๗ ที่สถานีรถสายใต้คุนหมิง (อันนี้เดาเอาน่ะ) เมือรถจอดเทียบท่าและทันที่ที่สองเท้าของเด็กชายไทยตัวน้อยๆ(แต่พุงโต) ก้าวลงเหยียบแผ่นดินแห่งจอมยุทธ์ ไอแห่งความเย็นวิ่งมาปะทะหน้าอย่างจัง ทำไมมันหนาวอย่างนี้ว่ะหนาวมากด้วย เมือวานเพิ่งอยู่เมืองไทยอากาศออกจะร้อนอบอ้าว ทุกย่างก้าวที่ย่ำไปยิ่งหนาวขึ้นหนาวขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนเริ่มลงจากรถจนหมดเพราะปลายทางอยู่ที่คุนหมิง ทุกคนต่างหยิบคู่มือที่เตรียมมาเป็นอย่างดีแล้วของตัวเอง และตอนนี้ไอ่นายพร้อมที่จะลุยแล้ว

๑.ขอสักหน่อย ๒.ร้านหนังสือ ๓.ใครว่าสาวจีนไม่น่ารัก ๔.ย่านธุรกิจ

ก่อนหน้านี้ผมเคยคุยกับว่าเอ๋ว่า ผมอาจจะร่วมทริปกับพี่ทั้งทริป หรือครึ่งทริป แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงแม้แต่ครึ่งทริปเพียงแค่ก้าวแรกที่เหยียบแผ่นดินใหญ่ผมก็เข้าไปกล่าวลากลุ่มของพี่เอ๋ ผมจะขอแยกกับพี่แค่ตรงนี้น่ะครับพี่เอ๋ไม่แปลกใจเพราะเราคุยกันมาก่อนหน้านั้น

กลุ่มพี่เอ๋ ๑๑ ชีวิต สำหรับผมนั้นมันดูเยอะไปมากมากๆ ด้วย สำหรับผมชีวิตเดียวคงเพียงพอที่จะเอาตัวเองรอดได้จากดินแดนที่คุยกันคนละภาษา และการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกันเอาเสียเลย

จุดหมายต่อไปของกลุ่มพี่เอ๋ คือ ต้าลี่

จุดหมายของไอ่นายก็คือ ต้าลี่

อ่าววววววววววววว แล้วไมไม่ไปด้วยกันล่ะว่ะ

กลุ่มของพี่เอ๋ตกลงกันว่าจะนั่งรถไฟไปต้าลี่กัน แต่ผมคงไม่มีเวลาเพียงพอที่จะละเลียดรถชาดระหว่างทางคุนหมิงถึงต้าลี่ขนาดนั้นผมจึงเลือกที่จะใช้บริการของรถ Local Bus แทน

หลังจากที่เป็นอิสระแล้วผมเดินไปตั้งหลักที่หน้าสถานีรถซึ่งมีรถเมย์มากมายที่จะผมเข้าไปในตัวเมืองคุนหมิง แต่ผมยังมองไม่เห็นทางที่ผมจะไปมันได้เพราะว่าป้ายรถเมย์ หรือแม้แต่อักษรทุกตัวที่ปรากฏตรงหน้าผมเป็นภาษาที่ที่ผมไม่เคยเรียนมาในหลักสูตรต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

หลังจากตั่งสติได้ผมก็เอาข้อมูลต่างๆ ที่เตรียมมา(เห็นไหมว่าทำการบ้านมาน่ะ) ผมเรียกแท็กซี่ไปยังจตุรัสกลางเมืองสักอย่างอันนี้จำชื่อไม่ได้แต่เตรียมรูปไปเพื่อบอกพี่แท็กซี่ให้นำไปส่งที่นั้น แต่แล้วก็หนีไม่พ้นที่จะมาเจอลูกเล่นของพี่แท็กซี่ หลังจากรับผมแล้วพี่แกไม่ยอมออกรถ ยังคงรอคอยลูกค้าคนอื่นต่ออีก (รถแท็กซี่ส่วนตัวแบบเหมาราคา) พี่แกเล่นขับวนรอบๆ สถานีเพื่อเรียกลูกค้าต่อจนผมได้ดูมวยจีนตั่งแต่เช้า และแล้วผมก็เริมใช้ลูกเล่นผมมั่ง ผมพยายามเร่งพี่แกโดยการบอกไปว่าผมจะไม่ทันเวลาแล้วก็ชี้มาที่นาฬิกา พี่แกก็ทำเหมือนว่าเข้าใจแต่ตั่งลีลาอยู่สักพัก จนได้ลูกค้าคนจีนเพิ่มมาอีก ๒ คน

ในที่สุดผมก็มาถึงจัตุรัสกลางเมือง แล้วทำไงต่อดีล่ะ ??????????????????????

ผมเดินหา Hump Hotel เพื่อที่จะไปอาบน้ำเนื่องจากไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่วันที่ออกมาจากหมอชิต (ก่อนไปหมอชิตอาบแล้วน่ะ) เดินไปเดินมายังไงก็ไม่มีวีแววว่าจะเจอ จนเริ่มจะหมดความพยายามเลยตัดสินใจเข้าไปถามพี่สาวคนจีนที่ยืนรถรถอยู่

ไอ่นาย: เฮ้เพ่สาวววว hump hotel ไปทางหนายยยคร้าบบบบบ

พี่สาวจีนหน่าจืด: !$%$^*$^@Q

ไอ่นาย: เพ้ hump ไปทางหนายยยยยยยยยย ฮู่บ่

พี่สาวจีนหน้าจืด : อ่าวบักนิ ก็บอกว่าตูไม่รู้ไง

ไอ่นาย : (ไม้ตายล่ะ หยิบ lonely planet มากางให้ดูกันไปเลย) นี่ๆๆ เพ้รู้จักป่ะ

พี่สวาจีนหน้าจืด : อ๋อๆๆๆๆๆๆ ไปทางปู้นนนนนนน (ชี้ย้อนกลับไป)

๑.เล่นได้ทุกที่น่ะคร้าบ ๒.มื้อเช้าที่ว่า ๓.ถนนสะอาดตา ๔.จตุรัสที่ว่า

เฮ้อออออ เหนื่อยมากกว่าจะสื่อสารรู้เรื่อง แต่ก็มารู้ที่หลังว่าเราเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อกี้นี่เอง เดินย้อนไปประมาณ ๒๐๐ เมตรก็เจอ

หลังจากที่เจอ hump แล้วก็เข้าไปอาบน้ำที่hump ผมได้เจอกลุ่มของพี่เอ๋อีกครั้งหนึ่ง อาบน้ำเสร็จผมก็ติดต่อซื้อตั๋วเพื่อที่จะต้าลี่ที่ hump เลยเพราะว่าสะดวกกว่าอาจจะแพงกว่าการที่ผมจะไปซื้อที่สถานีแต่นั้นก็ประกันได้ว่าผมมีตั๋วไปต้าลี่เรียบร้อยแล้ว มีเวลาอีก ๒ ชั่วโมงผมฝากกระเป๋าไว้ที่ hump แล้วไปสำรวจความเจริญของคุนหมิงต่อ

คุนหมิงคงเป็นเหมือนเมืองหลวงหลายๆ ประเทศ(คุนหมิงเป็นเมืองหลวงของมลฑลยูนาน) ที่ความเจริญเข้าถึง ตึกพานิชย์เต็มไปหมดร้านค้าแบรนด์เนมผุดขึ้นตามมุมตึกเต็มไปหมด การจัดระเบียบคุนหมิง ค่อนข้างที่จะดีเพราะผมไม่เห็นขยะแม้แต่ชื้นเดียวตามพื้นถนน(หรือเป็นเพราะว่าเวลาเดินไม่ได้ก้มมองถนนก็ไม่รู้ ๕๕๕)

รถไปต้าลี่ออกเวลาประมาณ ๑๑ โมง ผมนั่งแทกซี่ไปที่สถานีแบบเชียดชิวมากไปถึงสถานีแบบว่าอีก ๑๐ กว่านาทีรถจะออกแล้ว นี่ถ้าผมมั่วแต่ชิวส์ !!! คงมีตกรถเป็นแน่แท้ ไปก่อนน่ะคุนหมิง

ปล.เป็นเรื่องที่เขียนไว้นานแล้ว แต่กำลังคิดว่าจะเขียนตอนต่อไปแระ เหอะๆๆๆ

โพสท์ใน Lost in the World | แสดงความคิดเห็น

ยินดีต้อนรับ

สวัสดี

ขอต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่ของ Noid Syndromes เนื่องจากที่ผ่านมา เคยเปิด Blog กับ worldpress แต่ด้วยความง่าวใดๆ ทำให้ไม่สามรถเข้ามาอับเดทอะไรได้เลย

และด้วยที่ มัลติพลายกำลังจะปิดตัวลง และเป็นความคิดเห็นส่วนตัวว่าการอับบล็อกที่ FB นั้นไม่สนุกที่จะอ่าน ดังนั้นเราจึงซมซานกลับมาที่ worldpress แต่เป็นบ้านหลังใหม่เอี่ยมอ่อง ^^

โพสท์ใน ETC, | แสดงความคิดเห็น